หยุด! ประชาคม มธ. ตบหน้า ‘ปรีดี’ อมธ.เผยสัญญาใจ‘เหลือง-แดง’ มีปฏิวัติปุ๊บ-เปิดลานโพธิ์ปั๊บ
“รักนิรันดร์ ชูสกุล” - “พีรวิชญ์ ช่วงโชติ” อดีตคณะกรรมการองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ทวนกระแส “ไม่เอา”พันธมิตรฯ เพราะสนับสนุนเผด็จการปฏิวัติรัฐประหาร ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น แถมใช้คุณไสย เตือน! “ยังแพด สายธรรมศาสตร์” สร้างวัฒนธรรมเชิงแฟชั่น ห่างชั้นคำว่า “ปัญญาชน” หวด...ประชาคมธรรมศาสตร์กำลังตบหน้า “ปรีดี พนมยงค์” ลั่น! ทันทีที่มีการรัฐประหาร อมธ. เปิด “ลานโพธิ์” ต้อนรับผู้คัดค้านทันที เรียน มธ. แต่ไม่กล้าบอก“สุรพล-ปริญญา” เป็นอาจารย์...อาย!!!** มีความเห็นต่อท่าทีของพันธมิตรฯ ที่เคลื่อนไหวในปัจจุบันอย่างไร
รักนิรันดร์ : พันธมิตรฯ อย่างที่ทราบคือกลุ่มที่เคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2549 ช่วงแรกการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ต้องจับตาเพราะมันเป็นการเคลื่อนไหวในภาคประชาชนที่เกิดขึ้นมา แต่ทีนี้มันจะมีบางอย่างที่ค่อนข้างคลุมเครือของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งให้ชื่อตัวเองว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เท่าที่เราดู ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่ได้เป็นไปในทางประชาธิปไตยเท่าไร เพราะมีการเสนอกระบวนการนอกประชาธิปไตย ในช่วงแรกก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 จะมีเรื่องมาตรา 7 จากนั้นบังคับให้นายกรัฐมนตรีลาออก ในช่วงหลังมีการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ
โดยส่วนตัวถ้าถามว่าคิดอย่างไรกับพันธมิตรฯ โดยรวมๆ แม้คุณเป็นนักเคลื่อนไหว แต่แนวทางของคุณต้องอยู่ในระบอบประชาธิปไตย คือคุณเรียกร้องได้หลายอย่าง แต่คุณต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ด้วย และต้องอยู่ในพื้นฐานของประชาธิปไตย
พีรวิชญ์ : อันแรก ช่วงก่อนรัฐประหารนะครับ ส่วนมากจะเป็นกระแสของคนในมหาวิทยาลัย และคนในวงการการศึกษาที่ค่อนข้างเห็นด้วย แต่ในวันนี้บทบาทของพันธมิตรฯ ค่อนข้างที่จะเปลี่ยนไป คือเมื่อก่อนจะมีภาคประชาชนร่วมเรียกร้องด้วย มีการสัญจรของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ตอนนั้นมีที่ธรรมศาสตร์ด้วย แต่พอมาช่วงรัฐบาลสมัคร เริ่มมีวิธีเรียกร้องที่ไม่ค่อยอยู่ในวิถีทางประชาธิปไตย ต้องการนำเอาอำนาจนอกระบบเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา ซึ่งเรายังไม่รู้ว่ามันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตมากน้อยแค่ไหน หรือว่าจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้การเมืองไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
** อะไรที่ทำให้รับไม่ได้กับการเคลื่อนไหวหรือข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ
รักนิรันดร์ : ข้อเรียกร้องรัฐประหาร! คุณพูดได้อย่างไร ถ้าคุณจะพูดด้วยภาษาประชาธิปไตย และคิดว่าคุณจะอยู่บนโลกนี้ด้วยความเป็นประชาธิปไตยเหมือนชื่อที่คุณตั้งว่าเพื่อประชาธิปไตย สิ่งหนึ่งที่คุณยอมไม่ได้คือการรัฐประหาร คุณบอกมาหน้าตาเฉยว่าเราเรียกร้องประชาธิปไตย เอามันออกไป ต้องเอาการเมืองใหม่ อะไรประมาณนั้น ซึ่งมันไม่ใช่
ที่ตลกที่สุดคือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นนักประชาธิปไตย เป็นนักสิทธิมนุษยชนอะไรก็ดี ไปร่วมวงกับเขาด้วย และหลายคนบอกว่าเห็นด้วยกับพันธมิตรฯ เพียงส่วนหนึ่ง สนับสนุนเพียงส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด คุณรู้ไหม แรงสนับสนุนของคุณเพียงส่วนหนึ่งมันกลายเป็นการไปสนับสนุนกระบวนการทั้งหมดของพันธมิตรฯ คุณต้องกล้าวิจารณ์พันธมิตรฯ แต่วันนี้นักวิชาการไม่กล้าไปวิจารณ์พันธมิตรฯ หลายคนไม่กล้า ถามจริงๆ ว่าทำไมไม่กล้าวิจารณ์ เพราะพันธมิตรฯ มี “สื่อ” คุณวิจารณ์รัฐบาลได้ เพราะรัฐบาลไม่ทำอะไรคุณ แต่หากคุณวิจารณ์พันธมิตรฯ เขาอัดคุณกลับได้ นี่...คือสิ่งที่น่ากลัวมาก!!!
พีรวิชญ์ : รู้สึกเหมือนกัน คือมีการนำเอาอำนาจนอกระบบ เช่น มาตรา 7 นี่ชัดเจน คือถ้าหากว่าเราไม่สร้างบรรทัดฐานอย่างนี้ต่อไปจะมีปัญหา ซึ่งเราไม่ขอพูดถึงว่ารัฐบาลในยุคต่อไปจะดีหรือไม่ ถ้าในอนาคตมีกลุ่มคนไม่พอใจรัฐบาลหรือนายกฯ ก็จะมีการยื่นฎีกาของนายกฯ เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีในอนาคต
** มองปรากฏการณ์ที่นักวิชาการและปัญญาชนคนอื่นๆ ไม่ประณามกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างไร
รักนิรันดร์ : นักวิชาการจริงๆ บางคนมองว่าเสียงของนักวิชาการจะดังกว่าเสียงของใครหลายๆ คน ซึ่งต้องยอมรับว่าคำพูดของนักวิชาการมันไปใช้อ้างอิงได้ อย่างการวิจารณ์อะไรบางอย่างผมคิดว่าคุณต้องแปลนะ หลายๆ ครั้งที่เราจะเห็นว่าพันธมิตรฯ ทำอะไรผิด นักวิชาการเลือกที่จะเงียบ ไม่พูด หรือแม้แต่อาจารย์ธรรมศาสตร์บางคน คุณพูดได้อย่างไรว่าการยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นสิ่งที่ทำได้ คุณพูดได้อย่างไร ถ้าวันนี้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ยึดธรรมศาสตร์ คุณโอเคหรือเปล่า? มันไม่ใช่
คุณต้องกล้าพูดว่าอะไรคือสิ่งที่ผิด คุณบอกว่าคุณสนับสนุนการเคลื่อนไหวของสังคม คุณบอกไปสิว่าอะไรที่ผิด แต่วันนี้คือคุณไม่กล้าพูดอะไร และปัญหาคือสังคมไทยรับสิ่งเหล่านี้ไว้ ต่อไปใครไม่พอใจทำอย่างนี้ได้ พูดตรงๆ ได้เลยว่าคุณมีอคติ คุณกล้าที่จะพูดได้ไหมที่คุณบอกว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ และมองในมุมกลับกัน รัฐบาลในวันนี้เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และคนยึดทำเนียบรัฐบาลคือ นปช. คนจะไม่วิจารณ์ใช่ไหม?
** ในฐานะที่เป็นเด็กธรรมศาสตร์ และทำกิจกรรมด้วย ทางองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ อมธ. มีท่าทีอย่างไรกับเรื่องของพันธมิตรฯ และคณาจารย์ที่ไปสนับสนุน หรือไม่วิจารณ์
รักนิรันดร์ : เอาในส่วนแรกของ อมธ. การเป็นองค์การหรือเป็นอะไรที่มาจากตัวแทนของคนหลายๆ คน การจะพูดดังๆ ว่าเราคิดเห็นอย่างนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะว่าข้อจำกัดหลายๆ อย่าง คนที่เลือกเรามามีตั้ง 3 ฝ่าย คือ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และเป็นกลางๆ การจะพูดอะไรเลยดูยาก การพูดของ อมธ. คือบีบจำกัดด้วยความเป็นกลาง ตรงกลางมาโดยตลอด ซึ่งบางครั้งคำว่าเป็นกลางมันน่ากลัว คุณเป็นกลางกับอะไร คุณเป็นกลางกับวิธีการที่ไม่ถูกต้อง...มันไม่ใช่ แต่การที่จะสู้หรือพูดอะไรตรงๆ มันทำไม่ได้ เพราะมันมีเรื่องการเมืองภายในด้วย คุณกล้าที่จะพูดแต่ถ้าเกิดมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามอยู่ พูดแบบนี้ไปเขาจะไม่พอใจคุณ
แต่ในวันนี้ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตลกอย่างหนึ่ง นักกิจกรรม อาจารย์ ปัญญาชนต่างๆ จะมองรัฐบาลเป็นด้านลบเสมอไม่ว่ามีเรื่องอะไรก็ตาม คุณมองรัฐบาลในด้านลบหมด ผมมีคำพูดของอาจารย์ท่านหนึ่งเขาบอกว่า รัฐบาลไม่ใช่ผู้ร้ายตลอดกาล แต่หลายครั้งเราไม่จำเป็นต้องสู้กับรัฐบาลก็ได้ ถ้าภาคประชาชนไม่ถูกคุณต้องสู้กับภาคประชาชน
ส่วนที่ 2 คือส่วนของผู้บริหารมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่แปลกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่คุณบอกว่ายกย่อง “ปรีดี พนมยงค์” (ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประสาทการมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง) ในฐานะที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ในหลายๆ ครั้งท่าทีของผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะของ อ.สุรพล (นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) มีตั้งแต่มาตรา 7 หรือแม้แต่ยุบสภา หรือลาออก เป็นเรื่องที่น่ากลัวว่าการยุบสภาของ พ.ต.ท.ทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) เมื่อ พ.ศ.2549 คุณบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งของฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติ ฉะนั้น “ไม่ใช่เหตุที่ควรจะยุบ” และครั้งนี้มันไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างนิติบัญญัติกับรัฐบาล แต่คุณบอกว่า “ควรจะยุบ” มันตลกมาก ถ้ามองในระดับมาตรฐานมันเป็นเรื่องที่ตลกมาก
ส่วนที่ 3 ผมไม่รู้ว่าจะพูดดีไหม นักศึกษาธรรมศาสตร์บางส่วนที่ร่วมกับพันธมิตรฯ คุณไปเรียกร้องให้มีการรัฐประหาร คุณไปเรียกร้องอำนาจนอกระบบ คุณบอกนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งไม่ดี การเมือง 70 : 30 คุณไม่รู้ตัวว่าคุณกำลัง...ถ้าใช้คำไม่สุภาพคือ “คุณกำลังตบหน้า ปรีดี พนมยงค์ เลยนะ” นักศึกษาหลายคนไม่ได้ตระหนักกับตรงนี้เลยว่าสิ่งที่คุณทำมันขัดต่อการก่อตั้งมหาวิทยาลัยของคุณมากเลยนะครับ
** มองบทบาทของนักศึกษาที่ไปร่วมเวทีกับพันธมิตรฯ ว่าเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งไหม
รักนิรันดร์ : ใช่...คือเราต้องยอมรับว่านี่คือเรื่องหนึ่ง เขาเรียกว่าเป็น วัฒนธรรมเชิงแฟชั่น คือคุณทักษิณถูกทำให้เป็นปีศาจที่ชั่วร้ายมาก คุณทักษิณกลายเป็นอะไรสักอย่างที่ชั่วร้าย อะไรโยนให้คุณทักษิณตลอด ทีนี้การที่คุณไปร่วมอย่างนี้ คุณไม่แสดงออกซึ่งมาตรฐานความดีของคุณ เหมือนว่าไปโชว์ออฟว่าคุณเป็นคนดีของสังคม มันไม่ใช่ มันยังห่างกว่าคำว่าปัญญาชนด้วยซ้ำ!!! ถ้าคุณบอกคุณเป็นปัญญาชน นักศึกษาต้องคิดว่าตัวเองเป็นอภิสิทธิ์ชน ต้องมีบรรทัดฐานเหนือคนอื่น เพราะเรามีคุณธรรมเหนือคนอื่น คืออารมณ์มันแบบปัญญาชน เอาปัญญาชนและต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะแสดงตัวว่าเขาเป็นปัญญาชน
** ช่วยขยายความคำว่าตบหน้า ปรีดี พนมยงค์ หน่อยว่าคืออะไร
รักนิรันดร์ : คือถ้ามองการเปลี่ยนแปลงของปี 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย และในช่วงเปลี่ยนผ่านช่วงแรกเราอาจจะไม่มีการเลือกตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าพอหลังจากมีการเปลี่ยนผ่านเรามีประชาธิปไตยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ คือมีการเลือกตั้ง กระบวนการที่ได้มาซึ่งอำนาจสูงสุดของรัฐสภา คือ การเลือกตั้ง ไอ้ 70 : 30 มันเหมือนถอยหลังเข้าคลอง
มันเหมือนเราบอกว่าเราไม่เชื่อใจประชาชน แล้วคุณไปเชื่อใจคนแต่งตั้ง แล้วคนแต่งตั้งคือใคร เรารู้ได้อย่างไรว่าเขาจะแต่งตั้งคนดี ไม่ใช่พวกของเขา ถ้าเรามองการเมืองต้องมองอย่างเข้าใจ การเมืองมันมีทั้งดีทั้งชั่วทุกฝ่าย การเมืองที่มีปัญหาคือ คุณกำลังทำให้ “อีกฝ่ายหนึ่งดำ อีกฝ่ายหนึ่งขาว” ซึ่งมันไม่ใช่ นี่คือปัญหาที่ผมมองว่ามันสำคัญ
** หมายถึงนี่คือเรื่องระบบไม่ใช่ตัวบุคคล
ใช่
** ตอนนี้ อมธ. มีการออกแถลงการณ์หรือแสดงท่าทีอย่างไรหรือไม่
รักนิรันดร์ : จริงๆ อย่างที่เราพูดว่าโดยจุดยืนทั่วไปเราต้องมีความเป็นกลางมากที่สุด ด้วยความเป็นตัวขององค์กรค่อนข้างบังคับเรา
http://www.prachatouch.com/content.php?id=13575
สุขสันต์วันเกิด - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์
สุขสันต์วันเกิด - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์
สุขสันต์วันเกิด - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์